เอาล่ะ มาเริ่ม last.fm กันเลย ^ www.last.fm คลิก Start your profile ^ กรอกข้อมูล จากนั้นเราก็เข้าไปที่ mail ของเรา แล้วจะเจอจดหมาย ก็กดลิงค์ยาวๆไปเลย
^ เราก็จะเจ๊อะกับหน้านี้ คลิกที่คำว่า Download the scrobbler ดาวน์โหลด รูปซิปไฟล์ และติดตั้ง ตอบคำถามประมาณ 4 หน้า ก็จะเจอหน้านี้ V แปลว่าเราพร้อมใช้งานแล้วจ้า
V หน้าตาของ Radio ส่วนตรงนี้เป็นส่วนที่เจ๋งมากๆเพราะ มีฟังค์ชั่นที่เรียกว่า Recommended โดยเจ้าลาสเนี่ยจะเอาช๊าตเพลงที่เราฟัง มาประมวลผล และแนะนำศิลปินใหม่ๆที่ใกล้เคียงกับศิลปินที่เราชอบ (ฉลาดมากๆๆๆ) หรือว่าสามารถฟัง Radio ของ user อื่นๆได้ด้วย นอกจากนั้นเราก็ยังสามารถพิมพ์ tag หรือชื่อศิลปิน ลงไป เช่น Britpop หรือว่า arctic monkeys และเหนือไปกว่านั้น เราก็สามารถ ฟังแบบ multi tag ได้ด้วย คือเลือกหลายๆอันในทีเดียวกันนั่นเอง ส่วนข้อเสียของ Radio คือมันฟรีเฉพาะใน US. UK. และ Germany
การเปรียบเทียบความเข้ากันได้ของแต่ละ user สีแดงเต็มหลอดแปลว่าเข้ากันสุดๆ :D Recommendations จะเลือกตัดสินจากศิลปินที่เราฟัง และจะวงที่ใกล้เคียงมาให้เรา วู้วว ฉลาดจริงๆ :D
นายสุภทรชัย จงมีเดช
น.ส.กฤษยา ทัศนกิจ
เพิ่มเติมโดย กฤษยา ทัศนกิจ 5311302186
แนะนำ Web 2.0 "Last.fm"
Table of Contents
ที่มา
last.fm เป็นเว็บไซต์ชุมชนดนตรีออนไลน์ มีจุดเด่นคือการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมทางดนตรีของผู้ใช้นำมาวิเคราะห์ถึงแนวดนตรีที่ชอบ และแสดงผลออกมาในเว็บไซต์ผ่านหน้า profile
สร้างเป็นชุมชนคนรักเสียงเพลงคล้ายๆกัน ทำความรู้จักกันผ่านเว็บ และเข้าร่วมกลุ่มที่ชอบแนวดนตรีเดียวกัน
last.fm สร้างขึ้นในปี 2002 โดยมีระบบการสร้าง profile ทางดนตรีผ่านการที่ผู้ใช้เลือกว่าเพลงไหนที่ตน ‘love’ หรือ ‘ban’
และนำข้อมูลความชอบทางดนตรีของผู้ใช้มาสร้างเป็น playlist ให้ถูกกับรสนิยมของผู้ฟังนั้น ๆ
หลังจากนั้น last.fm ได้รวมเข้ากับระบบ Audioscrobbler ที่คิดค้นขึ้นโดย Richard Jones
ระบบทำงานโดยผ่านเวลาที่ผู้ใช้ฟังเพลงผ่านโปรแกรมในเครื่อง อาทิ Window Media Player หรือ iTunes
แล้วส่งข้อมูลความชอบในการฟังเพลงของผู้ใช้ไปไว้ในฐานข้อมูล ปัจจุบัน Audioscrobbler เป็น plugin สำคัญของ last.fm (เรียกสั้น ๆ ว่า scrobble)
ควบคู่ไปกับระบบ love or ban เดิม โดยข้อมูลของการฟังเพลงรวบรวมได้ทั้งจากโปรแกรมฟังเพลงในเครื่องคอม (ฟังแบบออฟไลน์)
หรือฟังผ่านสถานีวิทยุของ last.fm (ฟังแบบออนไลน์) ซึ่งจะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งจากเว็บไซต์
สัญลักษณ์ของ last.fm และ Audioscrobbler
หลักการทำงาน
last.fm เป็นสังคมออนไลน์ของคนที่ชอบฟังเพลงจุดเด่นของเจ้า last.fm คือการเก็บข้อมูลการฟังเพลงของเรา
ฝ่านปลั๊กอินที่เรียกว่า scrobbler โดยใช้ได้ร่วมกับโปรแกรมฟังเพลงทั่วไป
เอาล่ะ มาเริ่ม last.fm กันเลย
^ www.last.fm คลิก Start your profile
^ กรอกข้อมูล จากนั้นเราก็เข้าไปที่ mail ของเรา แล้วจะเจอจดหมาย ก็กดลิงค์ยาวๆไปเลย
^ เราก็จะเจ๊อะกับหน้านี้ คลิกที่คำว่า Download the scrobbler
ดาวน์โหลด รูปซิปไฟล์ และติดตั้ง ตอบคำถามประมาณ 4 หน้า
ก็จะเจอหน้านี้ V แปลว่าเราพร้อมใช้งานแล้วจ้า
V หน้าตาของ Radio ส่วนตรงนี้เป็นส่วนที่เจ๋งมากๆเพราะ มีฟังค์ชั่นที่เรียกว่า
Recommended โดยเจ้าลาสเนี่ยจะเอาช๊าตเพลงที่เราฟัง มาประมวลผล
และแนะนำศิลปินใหม่ๆที่ใกล้เคียงกับศิลปินที่เราชอบ (ฉลาดมากๆๆๆ)
หรือว่าสามารถฟัง Radio ของ user อื่นๆได้ด้วย
นอกจากนั้นเราก็ยังสามารถพิมพ์ tag หรือชื่อศิลปิน ลงไป
เช่น Britpop หรือว่า arctic monkeys และเหนือไปกว่านั้น เราก็สามารถ
ฟังแบบ multi tag ได้ด้วย คือเลือกหลายๆอันในทีเดียวกันนั่นเอง
ส่วนข้อเสียของ Radio คือมันฟรีเฉพาะใน US. UK. และ Germany
การเปรียบเทียบความเข้ากันได้ของแต่ละ user
สีแดงเต็มหลอดแปลว่าเข้ากันสุดๆ :D
Recommendations จะเลือกตัดสินจากศิลปินที่เราฟัง และจะวงที่ใกล้เคียงมาให้เรา วู้วว ฉลาดจริงๆ :D
ประโยชน์
จุดเด่นและข้อดี1.ได้ฟังเพลงใหม่ ๆ โดยศิลปินที่เคยคิดว่าอยากฟังแต่ก็หาฟังไม่ได้ซะที ผ่าน last.fm player
ซึ่งมันจะไม่ให้เราเลือกเอาแบบเป๊ะ ๆ ว่าเราอยากฟังเพลงใครหรือเพลงไหน มันจะให้เราเลือกได้แค่ 2 อย่างคือ Artist กับ Tag
ถ้าเลือกศิลปิน ระบบก็จะเลือกเอาเพลงของศิลปินที่มีความคล้ายกัน มีแนวดนตรีใกล้กัน
ทำให้เราเปิดโลกการฟังเพลงให้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงพวงมาลัยซื้อเอาตาม แผง
เหมือนกลยุทธ์แจกของแถมให้ใช้จนติดใจต้องตามไปซื้อหามาเป็นของตัว เอง ถ้าเลือกตาม Tag ก็เช่นกัน
จะมี random playlist มาให้ตามแนวดนตรีที่ผู้ใช้เลือก ไม่ชอบเพลงไหนก็ข้ามไปได้ หรือไม่ชอบมาก ๆ จะ ban ไปเลยก็ได้
แต่ถ้าชอบมาก ๆ ก็กดปุ่ม love ไว้ ระบบจะได้รู้ด้วยว่าเราชอบแนวไหน
2.ได้เพื่อนใหม่ตามแนวดนตรีที่ฟัง เป็นชุมชนคนเพลงที่ไม่ต้องรู้จักกันเป็นส่วนตัวก็ยังคุยกันรู้เรื่องได้
อันนี้ก็ช่วยเราได้พอสมควรเพราะทุกวันนี้เพลงที่ฟังอยู่ไม่ค่อยจะมีคนชอบตรง กันเท่าไร หาคนคุยด้วยไม่ค่อยได้
นอกจากนี้ยังรวมกลุ่มกันได้ แชร์ความชื่นชมต่อศิลปินที่รักได้แบบไม่ต้องอายใคร
3.อีก feature นึงที่ชอบมาก ๆ ก็คือ นำข้อมูลสถิติการฟังเพลงของตัวเราเอง
มาทำเป็น widget แสดงผลไว้ในเว็บของตัวเองอย่าง myspace, Bebo, Facebook ฯลฯ
หรือจะแปะเป็น BBCode ในฟอรั่มก็ได้
ตัวอย่าง Image Chart ของผู้ใช้ มีให้เลือกหลายแบบ หลายการแสดงผล รูปแบบใหม่จะมีการใช้ flash เพิ่มความน่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่ WordPress ไม่ซัพพอร์ต
สำหรับคุณสมบัติข้อนี้ จะซัพพอร์ตได้ดีใน Bebo กับ Facebook ที่มี widget พัฒนาไว้โดยเฉพาะ
มีลูกเล่นเยอะกว่าสำหรับเว็บอื่น ๆ สำหรับ hi5 ก็เห็นเหมือนกัน แต่ยังทำอะไรได้ไม่ค่อยมาก
ยิ่งสำหรับ WordPress แล้ว ถ้าใช้เฉพาะ engine ของ WordPress แล้ว (คือมีโดเมนเนมเป็นของตัวเอง แต่ติดตั้ง WordPress เป็นตัวเอนจิ้น)
ก็ยังมีโค้ดไว้ให้ไปแปะกันเองได้ แต่สำหรับคนที่ใช้บริการโฮสต์บล็อคของ WordPress ไม่มี widget แบบอัตโนมัติให้ใช้
(อย่าง flickr, delicio.us หรือเว็บอื่น ๆ ที่ซัพพอร์ตให้ใส่ widget ได้เลยโดยไม่ต้องก๊อปโค้ดมาแปะเอง)
คนที่ใช้ WordPress เลยต้องทนใช้ Image chart แบบเก่า ที่มีโค้ด html ให้ก๊อปแปะได้ อดใช้ widget แบบใหม่ที่ซัพพอร์ต flash
สวยงามไฮโซไปอย่างน่าเสียดาย เคยไปอ่านในฟอรั่มของ WordPress แล้ว ก็มีคนฟีดแบ็คไปเยอะนะ ไม่รู้ทำไมทีมงานยังไม่ยอมทำให้
last.fm ใน Facebook ถ้าไปดู profile ของเพื่อนที่มี application ตัวนี้เหมือนกัน กด Compare music
มันจะแสดงผลเปรียบเทียบว่าการฟังเพลงของเรากับเพื่อนมีความใกล้เคียงกันมาก น้อยเพียงใด
4.ผู้ใช้ยังสามารถ tag เพลง หรือใส่คำจำกัดความประเภทของเพลงได้ tag มีตั้งแต่แบบธรรมดา ๆ อย่าง classical, jazz, pop, rock
แบ่งตามสัญชาติเพลง j-pop, thai, k-pop หรือ tag แบบแปลก ๆ อย่าง Wake Up หรือ Coffee Break
ที่ทำให้เราสามารถรับฟังดนตรีได้ตามอารมณ์ในตอนนั้น แถมยังได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังมาก่อนด้วย
5.ลูกเล่นอื่นๆของ last.fm อาทิ ปฏิทินเหตุการณ์ (Events) ซึ่งจะแสดงกิจกรรมทางดนตรีในโซนใกล้ ๆ คุณ
แต่ในไทยคงยังไม่ค่อยมีคนเล่น last.fm กันเท่าไร และไม่มีการทำเวอร์ชั่นภาษาไทยสำหรับ last.fm ด้วย
ลูกเล่นนี้ในเมืองไทยจึงยังไม่มีคนใช้
ในปี 2007 last.fm ถูกซื้อโดยบริษัทอเมริกันใหญ่ CBS ด้วยเงิน 140 ล้านปอนด์โดยทีมงานทุกคนยังทำงานและมีที่ตั้งอยู่ในลอนดอนเช่นเดิม
Richard Jones หนึ่งในหัวแรงใหญ่เล่าไว้ใน Last.HQ ว่า last.fm ได้รับการติดต่อขอซื้อมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว
แต่สุดท้ายทีมงานก็ตัดสินใจขายให้ CBS เหตุผลส่วนหนึ่งคือต้องการขยายทุนเพื่อทำให้ last.fm มีชื่อเสียงมากขึ้น
ประกอบกับ CBS ก็เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงดี และเข้าใจถึงวิสัยทัศน์และความตั้งใจของทีมงานและ last.fm
รวมทั้งไม่พยายามเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรมาก
การนำไปใช้
1. ก่อนอื่นต้องเข้าเว็บไซต์ Last.fm โดยพิมพ์ผ่านบราวเซอร์อะไรก็ได้ว่า [url]www.last.fm[/url] นั่นเอง เข้าไปแล้ว ก็สมัคสมาชิกซะก่อน โดยคลิกที่ Sign up มุมขวาด้านบน
2. กรอกรายละเอียด ก็ไม่มีอะไรมาก ชื่อล็อกอิน อีเมล์ พาสเวิร์ด แค่นี้เอง เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Sign up and create my profile
3. มาถึงหน้านี้ เด็ดมาก อย่าเพิ่งข้ามนะจ้ะ ที่ช่องว่างๆ ที่เห็น ให้ใส่ชื่อศิลปินที่เราชื่นชอบ ใส่ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ในตัวอย่างนี้ลองใส่ไปว่า maroon 5, Linkin park, Moderndog, Morning musume และ อพาร์ตเมนต์คุณป้า อ้อ เวลาใส่แต่ละชื่อวง ให้คั่นด้วยคอมมาด้วยนะ ใส่เสร็จแล้วก็กดที่ปุ่ม Save ได้เลย
4. มาที่หน้านี้ปั๊บ จะเห็นเลยว่า มีรูปศิลปินที่เราใส่ขึ้นมาแสดงครบ ทั้งไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง เลยทีเดียว ถ้าอยากจะเพิ่มชื่อศิลปินอีก ก็คลิกที่ +Add to library ได้เรื่อยๆ เลย
5 ลองคลิกที่รูปวงโมเดิร์นด็อก เราก็จะเข้าสู่สถานีวิทยุของโมเดิร์นด็อก ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่เพลงของโมเดิร์นด็อกให้ฟังเท่านั้น แต่ยังมีเพลงอื่นๆ ของศิลปินที่จัดอยู่ในแท็กเดียวกัน อย่างเช่น Retrospect Flure และ Potato เป็นต้น
คุณภาพของเสียงที่ได้จาก last.fm นั้นจัดว่าพอใช้ได้ ไม่อู้อี้ อาจเป็นเพราะขนาดสตรีมมิ่งที่แซมปลิ้งมาค่อนข้างสูงคือ 128kbps เรียกได้ว่า ฟังได้เพลินๆ เหมือนเปิดวิทยุยังไงยังงั้นเลย